Tuesday, May 21, 2013
ศูนย์รวมสินค้า Online.
0รายการ ในรถเข็น
Log In

เข้าสู่ระบบ

หากคุณลืม Password คลิ๊กที่นี้!

ยอดรวมสินค้าในรถเข็น: ฿0.00

วิธีการสั่งซื้อและชำระเงิน

บัญชีโอนเงิน
นายวินทัต ตันยะกุล
ธนาคารกสิกรไทย
สาขา เซ็นทรัลย่อยลาดพร้าว
บัญชีออมทรัพย์
เลขที่ 730-2-44629-0

แจ้งชำระเงินและที่อยู่ในการจัดส่ง

EMAIL: wintuth@gmail.com
MOBILE: 086-335-7254,089-524-4425
TEL: 0-2720-1062
FAX: 0-2720-1063

เวลาจัดส่งสินค้า :15.30 น. ของทุกวัน หากท่านชำระค่าสินค้าก่อนเวลาดังกล่าวท่านจะได้รับสินค้าในวันถัดไป (เฉพาะกรุงเทพ ต่างจังหวัด 1-2 วัน)

ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน

ข้อสังเกต พฤติกรรมการหลอกให้โอนเงิน

1. โอนเงินแล้วไม่ส่งสินค้า หรือให้โอนครึ่งหนึ่งของราคาสินค้า
2. ผู้ขายจะแจ้งว่าส่งของ (กล่องเปล่า) ให้ทางไปรษณีย์แล้ว และให้ผู้ซื้อทำการตรวจสอบรหัส EMS ผ่านเว็บไปรษณีย์ไทย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ซื้อได้เช็ครหัส EMS และโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ต้นทางแล้วยืนยันว่าผู้ขายส่งของจริง ทำให้ผู้ซื้อหลงเชื่อและโอนเงินไปให้ พอได้รับกล่องพัสดุจริงๆ จะเป็นกล่องเปล่า
3. ส่งสินค้าที่ไม่ตรงตามที่ลงขายไว้ 

ไม่อยากถูกโกง ควรอ่าน!

  • ก่อนทำการซื้อ-ขาย ควรขอข้อมูลจากผู้ขาย เช่น ชื่อ ที่อยู่  เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ เลขที่บัตรประชาชน และเลขที่บัญชี พร้อมทั้ง ชื่อบัญชี ภาษาไทย + ภาษาอังกฤษ ให้ชัดเจน เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปค้นหาใน Google  ดูว่ามีฟีดแบ็คจากผู้อื่นแจ้งเตือนไว้หรือไม่หากเคยมีการโกงไว้ในเว็บอื่นๆ จะเห็นผู้ซื้อคนอื่นๆ โพสต์เตือนเอาไว้ เป็นข้อมูลเล็กน้อยที่เราจะสามารถตรวจสอบได้ก่อนโอนเงิน
  • ถ้าต้องโอนเงินให้ก่อน ควรขอเบอร์โทรศัพท์บ้านของผู้ขาย และโทรเช็คว่ามีตัวตนอยู่จริง
  • กรณีอ้างว่าเป็นร้านค้า ให้ขอหลักฐาน เบอร์โทรศัพท์ของร้าน ทะเบียนการค้า หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นการยืนยันว่าเป็นร้านค้าจริง ๆ
  • ถ้าชื่อบัญชีไม่ตรงควรระวังและตรวจสอบข้อมูลจากผู้ขายโดยละเอียด ให้ขอเบอร์โทรบ้าน และโทรเช็คก่อนทุกครั้ง


*** ข้อมูลข้างต้นเป็นคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงถูกโกงเท่านั้น เพราะไม่มีวิธีการใดๆ ที่จะรับรองได้ 100% ***

คำแนะนำเพื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภัย

  1. สังเกตว่าผู้ขายลงข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดในการติดต่อชัดเจนหรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบประวัติเบื้องต้นโดยใช้ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมลผู้ขาย ไปค้นหาใน Google.com
  2. กรณีเป็นร้านค้า ตรวจสอบ ชื่อที่อยู่ร้านค้า หรือ หมายเลขทะเบียนพาณิชย์ฯ หากไม่มีหน้าร้าน อาจขอสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขาย 
  3. ตรวจสอบราคาสินค้าว่าไม่ถูกกว่าท้องตลาดจนเกินไป
  4. เมื่อมั่นใจแล้วว่าจะติดต่อซื้อขายกับผู้ขายรายใด ควรบันทึกรายละเอียดประกาศรวมทั้งข้อมูลผู้ประกาศ โดย save หน้าประกาศนั้นไว้ เพราะหลังการซื้อขาย ผู้ที่เป็นมิจฉาชีพมักเข้ามาแก้ไขหรือลบข้อมูลในประกาศของตนเองเสมอ
  5. ควรใช้วิธีนัดพบเพื่อชำระเงินและส่งมอบสินค้า ซึ่งควรจะนัดในสถานที่ชุมชน และทดสอบสินค้าให้เรียบร้อยก่อนชำระเงิน
  6. หากจำเป็นต้องโอนเงินค่าสินค้าก่อน ควรโอนเงินผ่านเคาเตอร์ธนาคาร เพราะจะสามารถติดตามหรืออาญัติเงินได้ หากใช้บริการโอนเงินผ่านตู้ ATM การติดตามจะเป็นไปได้ยาก และควรเก็บหลักฐานการโอนเงินไว้ทุกครั้ง 

เจาะลึกกลโกงของมิจฉาชีพออนไลน์

พฤติกรรมที่น่าสงสัยและเข้าข่ายเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ มีดังนี้

  1. ขายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดมากเกินไป
  2. หลอกล่อให้โอนเงินค่าสินค้าล่วงหน้าโดยไม่ให้หลักฐานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแต่อย่างใด
  3. เมื่อโอนเงินแล้ว ผู้ขายจะหายตัวไป ไม่รับโทรศัพท์ และปิดโทรศัพท์หนีในที่สุด
  4. เปลี่ยนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ไม่ซ้ำกัน ทำให้ยากต่อการติดตาม
  5. นัดเจอเพื่อดูสินค้า แล้วขอรับสินค้าก่อนโดยอ้างว่าจะโอนเงินให้ภายหลัง 
  6. ปลอม SMS จากทางธนาคาร เพื่อหลอกว่าโอนเงินให้แล้ว แต่แท้จริงยังไม่ได้โอนเงิน หรือหลอกว่าโอนเงินเกินให้ช่วยโอนเงินคืน 
  7. อ้างว่าดีลฟิชเป็นคนกลางในการชำระเงิน ให้ผู้ขายแจ้งขอรับเงินจากดีลฟิช


อย่างไรก็ดีมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกลโกงไปเรื่อยๆ และมีความซับซ้อนยากที่จะป้องกันมากขึ้น ดังนั้นการนัดเจอเพื่อดูสินค้าและชำระเงินซึ่งหน้าจึงเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดครับ


ทำอย่างไรเมื่อถูกโกง

  1. บันทึกรายละเอียดของประกาศนั้น ไว้เป็นหลักฐาน โดยเซฟหน้าประกาศนั้นและ print ออกมาเป็นเอกสาร 
  2. เตรียมหลักฐานการโอนเงิน , เลขที่บัญชีธนาคาร , หลักฐานการติดต่อระหว่างคุณกับมิจฉาชีพ เช่น e-mail , เบอร์โทรศัพท์ หรือหมายเลขพัสดุ 
  3. แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ท้องที่ที่คุณไปโอนเงิน ว่า “ถูกฉ้อโกง” เพื่อลงบันทึกประจำวัน และออกใบแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
  4. นำใบแจ้งความ ส่งให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ เพื่อขอหมายเลข IP ของมิจฉาชีพ (หมายเลข IP สามารถใช้แกะร่องรอยและขยายผลในการจับกุมได้)
  5. นำเอกสารข้อ 1-4 ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท้องที่ที่แจ้งความ เพื่อออกหมายจับ และพาไปจับกุมตัว หรือ ส่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (http://www.tcsd.in.th)

คำแนะนำ : ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า "ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด" อย่าแจ้งเพียงว่า แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน (ถ้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเฉยๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจเพิกเฉย เพราะถือว่าการแจ้งแบบนี้แปลว่าเจ้าทุกข์จะดำเนินการทางศาลด้วยตนเอง)